- หน้าแรก
- บทความน่ารู้
- เช็คภาษีรถประจำปีออนไลน์ง่าย ๆ: วิธีตรวจสอบค่าภาษีรถ/วันหมดอายุผ่านเว็บไซต์กรมขนส่งฯ (อัปเดตล่าสุด)
เช็คภาษีรถประจำปีออนไลน์ง่าย ๆ:
วิธีตรวจสอบค่าภาษีรถ/วันหมดอายุผ่านเว็บไซต์กรมขนส่งฯ
ปัจจุบันนี้ กรมการขนส่งทางบกได้มีการจัดทำระบบตรวจสอบข้อมูลค่าภาษีรถประจำปี ทำให้ประชาชนสามารถตรวจสอบภาษีได้เอง แบบง่ายๆ ซึ่งสามารถเข้าระบบได้ตามลิงค์นี้ :
ตรวจสอบข้อมูลค่าภาษีรถประจำปี จากกรมการขนส่งทางบก
หลายๆท่านอาจมีข้อสงสัยว่าต้องกรอกข้อมูลยังไง กรอกแบบไหนบ้าง
วันนี้แอดมินเลยมาสอนวิธีกรอกข้อมูลให้ ซึ่งสามารถทำได้ดังนี้
1. ประเภทรถ : เลือกประเภทรถ
• รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง = รถเก๋ง
• รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง = รถตู้
• รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล = รถกระบะ
• รถจักรยานยนต์ = รถมอเตอร์ไซค์
2. จังหวัด/สาขา :
เลือกจังหวัด ตามที่อยู่ในทะเบียนรถให้ถูกต้อง ของกรุงเทพมหานครให้เลือกกรุงเทพมหานคร ถ้าเลือกไม่ถูกจังหวัดจะไม่สามารถตรวจสอบภาษีได้ เนื่องจากระบบจะแจ้งว่าไม่พบข้อมูล ดังนั้นต้องเลือกให้ถูก
3. เลขทะเบียน :
ในช่องแรก (ข้างหน้า) ให้กรอกเลขข้างหน้าทะเบียนและหมวดอักษร หากไม่มีเลขข้างหน้า ไม่ต้องกรอก กรอกแค่หมวดอักษรเท่านั้น ส่วนช่องหลังขีด – ให้กรอกเลขข้างหลังหมวดอักษรนั่นเอง
4. เลขที่บัตรประจำตัวผู้ครอบครอง :
ช่องนี้คือการกรอกเลขบัตรประชาชนเจ้าของรถนั่นเอง หากเล่มรถยังติดไฟแนนซ์อยู่ ในหน้าเล่มจะมีเลขบัตรประจำตัวผู้ครอบครองอยู่ ให้ใช้ตัวเลขตรงนั้นมากรอกในช่องนี้
5. รหัสรักษาความปลอดภัย :
ตรงนี้สำคัญมากๆ เนื่องจากหากกรอกตรงนี้ผิด ไม่ตรงตามที่ระบบแสดงจะทำให้ไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ ต้องกรอกให้ถูกต้อง ตัวอักษรตัวใหญ่ตัวเล็กต้องระวังนั่นเอง หลังจากกรอกข้อมูลเสร็จให้กดปุ่มค้นหา
ระบบจะแสดงข้อมูลภาษีของรถออกมา วิธีการดู มีดังนี้
จากภาพจะเห็นว่า วันสิ้นอายุภาษีปัจจุบัน : 25/01/2569 นั่นแสดงว่าภาษีของปี 2568 ได้มีการชำระแล้ว และจะสิ้นในวันที่ 25/01/2569 นั่นเอง และในระบบก็จะแสดงข้อมูลยอดที่ต้องชำระในปีถัดไปให้ทราบอีกด้วย
ส่วนสำคัญ จุดต่อมา คือ วันที่ครบกำหนดชำระปีต่อไป นั่นคือ 26/01/2569 อีกทั้งยังมีหมายเหตุเพิ่มเติมด้วยว่า สามารถชำระล่วงหน้าได้ไม่เกิน 90 หรือ 3 เดือนนั่นเอง ส่วนกรณีที่ภาษีขาดแล้วหรือยังไม่ต่อภาษี ค้างชำระอยู่ หน้าจอจะแสดงดังนี้
จากรูปจะเห็นว่า วันสิ้นอายุภาษีปัจจุบัน คือ 19/11/2567 นั่นคือขาดต่อภาษีนั่นเอง ต้องทำการต่อภาษีและชำระค่าปรับที่เราขาดต่อ ซึ่งดูได้จากช่อง รวมได้เลย นั่นคือยอดที่ต้องจ่ายทั้งหมด อีกจุดที่สำคัญ คือช่อง สถานะการตรวจสภาพรถ : หากรถเกิน 7 ปี จะต้องนำรถไปตรวจตรอ ด้วย ในปัจจุบันนี้ ระบบของกรมการขนส่งทางบก ยังสามารถให้ประชาชนต่อภาษีออนไลน์เองได้อีกด้วย
ซึ่งสามารถเข้าดูรายละเอียดต่างได้ที่ :
ระบบชำระภาษีออนไลน์
กลับ